เนื่องจากคดีทรัพย์สินทางปัญญาและคดีการค้าระหว่างประเทศมีความยุ่งยากซับซ้อนและมีลักษณะพิเศษแตกต่างจากคดีทั่วไปจึงได้มีการจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศขึ้น เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีโดยผู้พิพากษา ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศทั้งนี้เพื่ออำนวยความ ยุติธรรมแก่ประชาชนเป็นไปอย่างเที่ยงธรรมรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
,,
ลักษณะของศาล

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเป็นศาลยุติธรรม ระดับศาลชั้นต้น ที่เป็นศาลชำนัญพิเศษ มีอำนาจพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา

กฎหมายจัดตั้งศาล

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจัดตั้งขึ้นโดยพระราช บัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๘ เปิดทำการเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๔๐

logo
ลักษณะของเครื่องหมาย

มีลักษณะเป็นรูปวงกลม ตรงกลางเป็นรูปพระดุลพาห มีรูปหนังสือ ศีรษะโลก เครื่องบินและเรือสินค้าประกอบอยู่ที่ขอบของเครื่องหมายมีอักษรว่า “ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง”

ความหมายของเครื่องหมาย

พระดุลพาหตั้งอยู่ในส่วนบนของวงกลม หมายถึงศาลยุติธรรมซึ่งเป็นสถาบันที่ผดุงความยุติธรรมให้แก่ประชาชน ส่วนล่างของวงกลมที่อยู่ใต้พระดุลพาห ประกอบด้วยรูปหนังสือและศีรษะอยู่ในด้านซ้าย ซึ่งหมายถึง จินตนาการความคิดสร้างสรรค์ อันเป็นที่มาของทรัพย์สินทางปัญญาและประกอบด้วยรูปโลก เครื่องบินและเรือสินค้าอยู่ในด้านขวา ซึ่งหมายถึง การค้าระหว่างประเทศ เมื่อนำมารวมอยู่ใต้ฐานของพระดุลพาหจึงหมายถึงศาลยุติธรรมซึ่งเป็นศาลชำนัญพิเศษทำหน้าที่พิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

วิสัยทัศน์ (VISION)

อำนวยความยุติธรรมในระดับสากล บริหารงานคดีอย่างมีประสิทธิภาพจัดการองค์ความรู้สู้ความเป็นเลิศ คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน

พันธกิจ (MISSION)

พิจารณา พิพากษาและใช้การระงับข้อพิพาททางเลือกในคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างมีประสิทธิผล

พันธกิจสนับสนุน
สนับสนุนและส่งเสริม

1.การพัฒนาเครือข่ายและความร่วมมือทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ
2.การตระหนักรู้ในสิทธิหน้าที่ของประชาชนเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
3.งานวิชาการและการวิจับเพื่อพัฒนากฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
4.การนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาให้บริการเพื่อความสะดวกรวดเร็วและประหยัด
5.การพิจารณาพิพากษาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศให้เป็นมาตราฐานสากล

พันธกิจรอง
สร้างเสริมกระบวนการพิจารณาพิพากษาและใช้การระงับข้อพิพาททางเลือกในคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่าประเทศ โดย


1. บุคลากรที่มีความสามารถ
2. ระบบสนับสนุนการอำนวยความยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ
3. การจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเพื่อประโยชน์สูงสุด
4. การจัดการองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ

เขตอำนาจศาล

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ศาลทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศกลางมีเขตอำนาจครอบคลุมท้องที่ 6 จังหวัดได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการและสมุทรสาคร ส่วนจังหวัดอื่นนอกจากนี้อยู่ในเขตอำนาจของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศภาค แต่ขณะนี้ยังไม่มีการจัดตั้งศาลดังกล่าวขึ้นศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง จึงมีเขตอำนาจทั่วราชอาณาจักร

ประเภทของคดีที่ขึ้นสู่ศาล

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งและคดีอาญาเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศดังต่อไปนี้

คดีอาญาเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา ได้แก่ คดีอาญาเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าลิขสิทธ์และคดีอาญาเกี่ยวกับความผิดทางการค้าตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 271 - 275
คดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา ได้แก่ คดีแพ่งเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตรและคดีพิพาทตามสัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ
คดีแพ่งหรือคดีอาญาเกี่ยวกับข้อพิพาทในการออกแบบวงจรรวม การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ ชื่อทางการค้าชื่อทางภูมิศาสตร์ที่แสดงถึงแหล่งกำเนิดของสินค้า ความลับทางการค้าและการคุ้มครองพันธุ์พืช
คดีแพ่งเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ ได้แก่ คดีแพ่งเกี่ยวกับการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าหรือตราสารการเงินระหว่างประเทศ การให้บริการระหว่างประเทศ การขนส่งระหว่างประเทศการประกันภัยและนิติกรรมอื่นที่เกี่ยวเนื่อง คดีแพ่งเกี่ยวกับเลตเตอร์ออฟเครดิต ทรัสต์รีซีท รวมทั้งการประกันภัยเกี่ยวกับกิจการดังกล่าว คดีแพ่งเกี่ยวกับการกักเรือ การทุ่มตลาด และการอุดหนุนสินค้าหรือการให้บริการจากต่างประเทศ
คดีแพ่งหรือคดีอาญาที่มีกฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจของศาลทรัพย์สินทาง ปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ คดีแพ่งเกี่ยวกับอนุญาโตตุลาการเพื่อระงับข้อพิพาทข้างต้น

กรณีที่มีปัญหาว่าคดีใดอยู่ในเขตอำนาจของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า ระหว่างประเทศหรือไม่ ไม่ว่าปัญหาดังกล่าวจะปรากฏในศาลใดให้เสนอปัญหานั้นให้ประธานศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัย คำวินิจฉัยของประธานศาลฎีกาเป็นที่สุด

การดำเนินคดีในศาล

เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรวดเร็ว พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศจึงกำหนดให้มีการพิจารณาคดีติดต่อกันโดยไม่เลื่อนคดีเว้นแต่มีเหตุจำเป็น นอกจากนี้ อธิบดีผู้พิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางโดยอนุมัติประธานศาลฎีกามีอำนาจออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณา และการรับฟังพยานหลักฐานใช้บังคับในศาลได้ทำให้การดำเนินคดีในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ สะดวก รวดเร็ว และประหยัดอันเป็นลักษณะพิเศษ ซึ่งแตกต่างจากศาลทั่วไป

กระบวนพิจารณาที่มีลักษณะพิเศษ

- การติดต่อกับศาลอื่นอาจทำโดยโทรสารสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ประเภทอื่นแทนการติดต่อทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษหรือประกอบกัน
- อนุญาตให้ทำการสืบพยานบุคคลที่อยู่นอกศาลโดยระบบการประชุมทางจอภาพ (Video Conference)ได้
- คู่ความในคดีทรัพย์สินทางปัญญาสามารถยื่นคำขอให้คุ้มครองชั่วคราวก่อนฟ้องคดีได้
- อนุญาตให้คู่ความเสนอบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นของพยานแทนการซักถามต่อหน้าศาล
- อนุญาตให้ไม่ต้องทำคำแปลเอกสารภาษาอังกฤษส่งต่อศาล หากเอกสารนั้นมิใช่พยานหลักฐานในประเด็นหลักแห่งคดี
- อนุญาตให้รับฟังข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นพยานหลักฐานในคดีได้
- กรณีมีเหตุฉุกเฉินและจำเป็นจะขอให้ศาลมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดเอกสารหรือวัตถุที่จะใช้เป็นพยานหลัก ฐาน ไว้ก่อนก็ได้

ระบบไกล่เกลี่ย

เมื่อเกิดปัญหาข้อขัดแย้งเกี่ยวกับคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศของคู่กรณีทั้งสองฝ่าย โดยที่ยังไม่ได้เกิดเป็นข้อพิพาทที่นำมาสู่การฟ้องร้องและดำเนินกระบวนการพิจารณาของศาล คู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยื่นขอให้ศูนย์ไกล่เกลี่ยดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนฟ้องได้ และแม้ภายหลังจากที่คู่ความได้นำคดีขึ้นสู่ศาลแล้วคู่ความอาจตกลงกันเลือกระงับข้อพิพาทโดยวิธีการไกล่เกลี่ยก็ได้ ซึ่งวิธีการนี้เป็นวิธีการที่สะดวกและไม่ยุ่งยากซับซ้อนอย่างการดำเนินการในศาล ในการนี้ศาลได้อำนวยความสะดวกแก่คู่ความที่เลือกใช้วิธีการไกล่เกลี่ย ไม่ว่าจะเป็นคดีก่อนฟ้องหรือหลังฟ้องแล้วก็ตาม โดยจัดให้มีห้องไกล่เกลี่ยซึ่งมีบรรยากาศผ่อนคลายสำหรับการเจรจา หากคู่ความเป็นชาวต่างชาติ ก็ได้จัดให้มีการไกล่เกลี่ยเป็นภาษาอังกฤษได้ด้วย นอกจากนี้ ศาลยังได้ออกระเบียบศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเพื่อให้การดำเนินการมีความเหมาะสม เป็นธรรม สะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ถือได้ว่าการไกล่เกลี่ยในศาลประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง โดยคู่ความต่างพอใจในระบบการไกล่เกลี่ย ทั้งผลของการไกล่เกลี่ยและความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกัน ซึ่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจะพัฒนาระบบการไกล่เกลี่ยเพื่อให้เกิดการประนีประนอมยอมความต่อไปไม่หยุดยั้ง

ในปัจจุบันนี้ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางยังมีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งคู่ความทั้งสองฝ่ายสามารถยื่นขอไกล่เกลี่ยได้ที่ ส่วนไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท

การอุทธรณ์

คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ให้อุทธรณ์ไปยังศาลฎีกาได้โดยตรงภายในกำหนด 1 เดือนนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น ในคดีอาญาที่มีอัตราโทษอย่างสูงตามกฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาในปัญหาข้อเท็จจริงเว้นแต่ จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกหรือลงโทษกักขังแทนโทษจำคุกหรือศาลรอการลงโทษหรือศาลรอการกำหนดโทษหรือศาลลงโทษปรับเกินห้าพันบาทในคดีแพ่งที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกิน สองแสนบาทห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์คำพิพากษาในปัญหาข้อเท็จจริงเว้นแต่ผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาคดีนั้นได้ทำความเห็นแย้งไว้หรือรับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ได้หรืออธิบดีอนุญาตให้อุทธรณ์เป็นหนังสือ

E-court

(email: ipitc@coj.go.th)

e-court จัดตั้งขึ้นเพื่อใช้ระบบเทคโนโลยีสนับสนุนการพัฒนางานศาลเกี่ยวกับการบริหารสำนวนคดี และอำนวยความสะดวกให้แก่คู่ความตามนโยบายของศาลยุติธรรมและคณะผู้บริหารศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็คทรอนิกส์ พ.ศ.๒๕๔๔ ข้อบังคับประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการส่งคู่ความหรือเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ของศาลหรือต่อคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งทางระบบอิเล็คทรอนิกส์ พ.ศ.๒๕๔๐ ประกอบกับนโยบายประธานศาลฎีกาประจำงบประมาณ ๒๕๕๔ ซึ่งให้เป็นปี แห่งการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนางานศาลยุติธรรม


งานโครงการใช้ระบบติดต่อสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ E-Court เปิดทำการเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ เพื่อบริการคู่ความเกี่ยวกับการรับ-ส่ง คำคู่ความ เอกสารทางคดีและแจ้งคำสั่งศาลในคดีที่ฟ้องใหม่เริ่มจากวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ทั้งนี้งานโครงการใช้ระบบติดต่อสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ E-Court เป็นศูนย์รับคำฟ้อง คำให้การจำเลย รายงานกระบวนพิจารณาและเอกสารทางคดีของศาลต่างจังหวัดทั่วประเทศที่ส่งมายังศาลนี้ รวมทั้งเป็นศูนย์รับส่ง และแจ้งคำสั่งศาลตามคำร้องผัดฟ้องฝากขัง การส่งหนังสือเชิญผู้พิพากษาสมทบร่วมองค์คณะพิจารณาคดี แจ้งการเปลี่ยนแปลงวันพิจารณาคดี ทางระบบอิเล็คทรอนิกส์ และมีการแจ้งเตือนข่าวสารทางคดีด้วยจ้อความสั้น (SMS) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่คู่ความและประชาชน

บริการของศาล
การให้บริการข้อมูลทางคอมพิวเตอร์

ศาลได้จัดให้มีระบบตรวจสอบข้อมูลโดยคู่ความและประชาชนสามารถตรวจสอบขอทราบข้อมูลเกี่ยวกับคดี เช่น หมายเลขคดี ชื่อคู่ความ วันนัดพิจารณาและผลของคำพิพากษาจากระบบคอมพิวเตอร์ของศาลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว

การให้บริการห้องสมุด

o ศาลได้จัดห้องสมุดให้บริการเพื่อค้นคว้าหนังสือกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและหนังสือประเภทอื่น ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ
o ให้บริการค้นคว้าคำพิพากษาศาลฎีกาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
o บริการหนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสารต่างๆ อย่างหลากหลาย

การรักษาความปลอดภัย

ศาลได้จัดระบบรักษาความปลอดภัย โดยติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์ วงจรปิด(CCTV) ระบบควบคุมการเข้าออกประตู (Access Control Smart Card) เครื่องตรวจอาวุธ สัญญาณแจ้งเหตุฉุกเฉินทั้งภายในห้องพิจารณา ห้องพักผู้พิพากษา และบริเวณทั่วไป พร้อมทั้งจัดให้มีพนักงานรักษาความปลอดภัยตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพื่อสร้างความอุ่นใจ และเชื่อมั่นในความปลอดภัยแก่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนผู้มาติดต่อราชการ